เมื่อประมาณซักเดือนเมษามั้ง น้องบลายธ์ก็เริ่มบูมจากการที่ชมพู่ อารยาออกทีวีพร้อมกับบลายธ์ เลยทำให้น้องดังขึ้น กระแสก็แรงขึ้น คนที่มาเล่นก็มากขึ้นด้วย พอ demand เริ่มเยอะ ก็ต้องหา supply กันอ่ะสิ เนื่องจากช่วงนี้กระแสบลายธ์มาแรงเกิ๊น... น้องเลยออกมากันยกใหญ่ จาก 2 เดือน 1 ตัวออกมาเป็นเดือนละตัว แล้วก็มาเป็น เดือนละ 2 ตัวซะด้วยซ้ำ เรียกว่า....มาดูดเงินเราทุกเดือนเลยแหละ จากที่เห็นว่าเฉยๆ พอมีคนมาชมว่าสวยมาก ก็ตามกระแสกันไปว่า "น่าจะเก็บไว้มั่ง" ส่วนใหญ่คนที่เล่นก็จะ search หาเอาตามเนตนี่แหละ

หิ้วมาขายมั่ง เปิดหน้าร้านมั่ง รับจากคนที่สั่งมาจาก dealer อีกที หรือ ซื้อมาขายไป พอเห็นตัวใหม่ก็ขายตัวเก่าไปซะ เพราะน้องมาออกมาเยอะนี่นา... กลายเป็นสังคมขยายมากขึ้น แม่ค้าหน้าใหม่ๆก็เกิดขึ้น อันนี้เราไม่ว่ากันเพราะเป็นไปตามกลไกตลาดจริงมะ

แต่เรื่องที่มันมีอยู่ตอนนี้ มีของที่ไม่ผ่าน QC จากโรงงานซึ่งถึงจะได้รับการควบคุมอย่างดีจากญี่ปุ่น แต่ก็ผลิตในประเทศจีน แต่ในความเป็นจริงก็มีพวกของไม่ผ่าน QC และของเคลมมาปะปนขายอยู่ด้วย มีทั้งพวกรับซื้อกล่องเปล่า ของหิ้ว และอื่นๆอีกมากมาย ที่สาระพันวิธีการหากำไรเพื่อประโยชน์ของตัวเอง แบบเคยเห็นว่ามีการซื้อขายกล่องน้ำตาลผ่าน ebay ซะด้วยซ้ำ

แล้วตอนนี้มีการขายตุ๊กตาเป็นแบบ Nude Doll มีการแยกขายเสื้อผ้ากันอีกตะหาก เพราะบางคนก็ขายเสื้อผ้าที่เป็น Original เพื่อเอาเงินไปซื้อตัวใหม่ หรือว่า ลดต้นทุนตุ๊กตาที่ซื้อมาให้ถูกลง การซื้อขายแบบนี้มีกันเยอะมาก แต่ในช่วงหลังๆที่เห็นคือ มีตุ๊กตาขายเป็น Nude หรือบอกว่า กล่องชำรุด หากล่องไม่เจอบ้าง แต่มาขายในราคาที่ถูกกว่าร้านอื่นๆอย่างเห็นได้ชัด เช่น ร้าน ก. ขายตุ๊กตารุ่น GG ในราคา 20,000 บาท ร้าน ข. ก็ขาย 19,500 บาท แต่ร้านค. มาขาย 12,000 บาท บอกว่าหิ้วมาเอง ไม่มีกล่องนะ แต่สภาพ 100% หรือกล่องเยิน คนซื้อก็....โอโห ถูกฟร่ะ เหลือเงินไปซื้อตุ๊กตาได้อีกตัว 2 ตัวเลย

ยกตัวอย่างเลยนะ....หนูหน่อยซื้อตุ๊กตารุ่น 'Lil Milk Heart ซึ่ง Milk นี่จะมีกระเป๋ากลมๆสีดำจุดชมพูให้อีก 1 ใบ ซึ่งหนูหน่อยได้รับสินค้าแบบ NRFB (อันนี้เดียวพูดทีหลัง) คือ OK ทุกอย่างมีหมด แต่มีเพื่อนก็ส่งลิงค์มาให้ว่า รุ่นนี้เห็นขายแค่ 12000 เอง ทำไมหน่อยซื้อแพง แค่ไม่มีกระเป๋า..... คือคิดเลยแหละว่า ถ้าเจ้าของคนเก่าไม่เก็บเอาไว้เองก็เป็นของหลุด QC แต่ลิงค์ที่เพื่อนส่งมา เค้าบอกนี่ว่าเป็นของใหม่ แต่ไม่มีกระเป๋า.... สำหรับหน่อย หน่อยอาจจะมายด์ตรงที่ ถ้าไม่ใช่ของเพื่อนหรือคนที่หน่อยรู้ว่าเค้าเล่นตุ๊กตายังไง หน่อยจะไม่ซื้ออ่ะ เพราะไม่รู้ว่าเค้าเล่นหนักเบา ถนอมขนาดไหน (อันนี้เป็นความเห็นเฉพาะบุคคลนะ)

คือขนาดเราไปซื้อของใน Supermarket เราเห็น กระป๋องบุบ เรายังไม่หยิบเลยอ่ะ แล้วของราคาขนาดนี้ เราก็อยากจะได้ของดีใช่มั๊ย ในความคิดหน่อยนะ

ส่วนที่ของหลุด QC จะมีเยอะมั๊ย คนที่ทำ line การผลิตในโรงงานจะรู้ ว่าเค้าจะปล่อยของ Defect ออกมาอยู่ที่ 5-10% ซึ่งหลักๆ ไม่มีใครอยากให้เกิด defect เลยมีการตั้งแผนให้เป็น zero defect แต่อย่าลืม ในการผลิตตุ๊กตามันไม่ใช่ Automation (เด๋วเข้า supply chain มากเกินไป LOL) คือดูสิ.... มันมีทั้งการจิ้มผม พ่นเมคอัพ ตัดชุดใช่มะ ถ้าวันไหน พนง. ทะเลาะกะสามี 'รมณ์เสีย วันนี้ดันใส่ตาผิดสี ส่งไปแผนกอื่นละ น่านก็หลุด QC ไปละ หรือตัดเสื้อเล็กไปหน่อย ผูกเชือกไม่แน่น ของแบบนี้ตรง QC คงไม่ได้ส่งไปที่ญี่ปุ่นแน่ๆ เพราะการที่ผลิตมาแค่ 5000, 3000, 1000, หรือ 500 ก็ต้องสมบูรณ์ที่สุดใช่มั๊ย

หรือเวลาเราไปเดินในงานมหกรรมลดราคาสินค้าที่ส่งออกนอก ที่มาขายถูกๆ แบบตัดป้ายอ่ะ..นอกจากของค้างสต๊อก ก็จะเป็นของหลุด QC จากแบรนด์ที่ผลิตให้ ถามว่าใช้ได้มั๊ย ได้...แต่คุณภาพคงไม่ถึง อาจจะผิดขนาดไป แขนสั้นไปบ้าง ยาวไปบ้าง ต้องไปแก้กัน บางทีทั้งล๊อตเลยที่ไม่ผ่าน ตุ๊กตาก็เหมือนกัน บางทีอาจจะมีหลุดมาแค่ 10 ตัว แต่บางทีอาจจะหลุดออกมาเป็นร้อยเลยก็ได้ วิธีที่ใช้กะตุ๊กตาคือ ป้ายสีมันซะจะได้รู้ว่า นี่ไม่ผ่าน QC หรือว่า ทำสัญลักษณ์ไว้ที่กล่อง แบบนี้ แต่บางทีอาจจะทำไว้ที่กล่องน้ำตาลเลยด้วยซ้ำ วิธีการคือ ซื้อพ่วง....ซื้อตัวที่โดนป้ายกล่องน้ำตาล แต่ต้องซื้อตัวที่โดนป้ายกล่องแบบนี้ไปด้วย จะได้ถัวกัน (จะบอกว่า อาจจะไม่ใช่แค่ Nude Doll เท่านั้นนะ ตัวที่มีกล่องก็อาจจะเป็นตัวที่หลุด QC ก็ได้ น่ากลัวมะ)

 

พล่ามมานาน จะสรุปว่า...ถ้าเป็นเมืองนอก อย่างญี่ปุ่น อย่าวงอเมริกา หรือฝั่งยุโรป เวลาเจอของ defect แบบนี้ส่วนใหญ่ เค้าให้เคลม เปลี่ยนของใหม่ได้ แต่เมืองไทย...อืม ยังห่างไกลอยู่ LOL ยิ่งตุ๊กตาที่รับมาอีกที...เค้าก็คงไปเปลี่ยนไม่ได้

แต่ถ้าเปิดมาเจอ สีตาไม่เหมือนกับที่ทาง Hasbro ลงไว้ หรือ ผมร่วงมากๆ ขยับแขนขาไม่ค่อยได้ รอยเปื้อนที่หน้า ขาแขน แต่โดยปรกติแล้วสินค้าพวกนี้บริษัทแม่จะไม่ยอมให้มีการนำออกมาจ ำหน่ายภายนอก แต่ก็อย่างว่าเมื่อมันหายากและราคาสูง ก็มีแรงจูงใจให้หาช่องทางนำออกมาขาย บางรายการต้องรอเวลาให้นานหน่อย สินค้าเหล่านี้เป็นเรื่องปรกติมากถ้ามีการผลิตจากเมืองจีน  ;

ตอนนี้มันมีของแบบนี้ออกมาเยอะพอสมควร แล้วคนที่เริ่มเล่นหรือคนที่เล่นแต่อยากได้ของที่ราคาถูกมากกกก กกกกกกก อาจจะเจอปัญหา บลายธ์เองก็ไม่ใช่สินค้าที่จำเป็นในชีวิต เป็น Collectible คือเป็นสิ่งที่จรรโลงใจ เล่นคลายเครียด พาไปเที่ยว แต่ถ้าเจอสินค้าแบบนี้กับตัว มันก็เสียความรู้สึกจริงมั๊ย

บทความนี้ต้องขอบคุณคุณหน่อยจากเวปLadySquare ค่ะ

ประวัติน้องบลายธ์ค่ะ

posted on 18 Jul 2009 17:05 by iamyipzy

บทความแรกของยิปซีคือประวัติของน้องบลายธ์นะคะ เพราะคิดว่าคนรักบลายธ์ ต้องรู้ประวัติของน้องก่อนสิ ไม่งั้นจะบอกคนอื่นว่าเรามันคนรักน้องบลายธ์ตัวจริงได้ไงถ้าประวัติน้องก็ไม้รู้ ที่นี้จะได้คุยให้เพื่อนฟังได้ไง ว่าเราหนะแฟนพันแท้ ตุ๊กตาบลายธ์ จริงมั้ยทุกคน

...แฮะ แฮะ  จริงๆแล้วยิปก็เป็นพวกมือใหม่นะค่ะ เพิ่งจะมาเริ่มหลงรักน้องเมื่อไม่นานนี้เอง เลยเข้าไปหาข้อมูลอย่างบ้าคลั่ง ยิ่งรู้มากก็ยิ่งหลงรักมากเข้าไปอีก พอรักมากอกก็จะแตกตาย เลยต้องเอาความรู้พวกนี้มาป่าวประกาศ (หาเพื่อนบ้าด้วยกันนิ)

ยิปเข้าไปอ่านประวัติน้องมา เห็นแล้วทึ่งมากค่ะ (เซียนน้องบลายธ์อาจรู้และผ่านความรู้สึกนี้มาก่อนแล้วนะคะ) ใครเป็นมือใหม่เหมือนกัน รึว่ายังไม่ทราบประวัติน้องก็อ่านได้นะ จะได้ทึ่งเหมือนๆกัน

 Blythe Doll คือ ตุ๊กตาวินเทจ (ตุ๊กตาเก่าแก่ โบราณ ) ชนิดหนึ่งเลยทีเดียวในบรรดา ตุ๊กตาสะสมที่มีอยู่มากมาย
หากจะย้อน ประวัติตุ๊กตาบลายธ์ นั้นต้องย้อนกลับไปที่อเมริกา หลักฐาน ประวัติของตุ๊กตาบลายธ์ อยู่ที่นั่นค่ะ บลายธ์ถูกออกแบบขึ้นที่โรงงานทำของเล่นของ เค็นเนอร์ Kenner โรงงานผลิตของเล่นในอเมริกา         (ปัจจุบัน คือ Hasbro ) ทำการออกแบบและผลิตในปี พ.ศ.2515 (1972)  เอกลักษณ์พิเศษของตุ๊กตาบลายธ์  คือ ตุ๊กตาหัวใหญ่ ตัวเล็ก ตาโต ขนตาเด้ง ที่สามารถเปลี่ยนเสื้อผ้า คอนแทคเลนส์ ใส่วิกผม ทำผม แต่งหน้า   ที่สำคัญสามารถโมดิฟายด์ ตกแต่งใบหน้า เปลี่ยนชุดให้เหมือนเจ้าของตุ๊กตาบลายธ์ตัวนั้นได้

                                                   

                                  โฉมหน้าน้องรุ่นแรกๆเลยค่ะ ไม่แตกต่างจากตอนนี้เท่าไหร่เลยเนอะ

 ตุ๊กตาบลายธ์ มีอายุกว่า 40 ปี (นับตั้งแต่เริ่มออกแบบ เรียกน้องบลายธ์ได้ไง อย่างงี้ต้องเรียกป้าบลายธ์ ฮิฮิ ) Kenner พยายามที่จะทำการสร้างตุ๊กตาบลายธ์ให้ต่างจากตุ๊กตาทั่วไปด้วย โดยได้กำหนดให้โมเดลตุ๊กตามี 4 แบบ ตั้งชื่อทั้ง 4 รุ่นไว้ว่า Blythe, Karess, Willow และ Skye รวมทั้งยังสร้างแฟชั่นเครื่องแต่งกายกว่า 12 ชุด ให้กับน้องบลายธ์ทั้ง 4 รุ่น กิ๊บเก๋มากๆ

เพราะสามารถเปลี่ยนทั้งทรงและสีผมได้ถึง 4 แบบ ดวงตากลมโตใหญ่กะพริบทีไร ก็จะเปลี่ยนเป็นสีเป็น เขียว ชมพู ส้ม น้ำเงินสลับกันไปทุกครั้ง ส่วนเสื้อผ้า ก็มีให้เปลี่ยนกันถึง 12 ชุด ให้กับตุ๊กตาบลายธ์

ตุ๊กตาบลายธ์นั้นโดดเด่นด้วยดวงตากลมโตที่เปลี่ยนสีได้ 4 สี เขียว ชมพู ส้ม และน้ำเงิน เพียงแค่ดึงห่วงที่อยู่หลังศีรษะ แถมมีข้อต่อทั้งตัว ให้สามารถจัดแขนขาโพสท่าในแบบต่างๆ ได้มากมาย แต่ดูจะเหมือนตุ๊กตาบลายธ์ในยุคนั้นเก๋ไก๋ล้ำยุคไป เพราะตุ๊กตาบลายธ์กลับเป็นตุ๊กตาที่เด็กๆ หวาดกลัว ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ตุ๊กตาบลายธ์ไม่เป็นที่นิยม จนต้องปิดตัวลงหลังวางขายได้เพียง 1 ปี ตุ๊กตาบลายธ์ฟื้นคืนชีพ อีกครั้งเมื่อปี พ.ศ.2545 นี่เองที่เจ้าตุ๊กตาบลายธ์กลับมาฮิตกันอีกครั้ง จากการที่ Gina Garan (ต้องขอบคุณเธอจริงๆ) ได้ตุ๊กตาบลายธ์มาจากเพื่อน เธอก็เกิดตกหลุมรักตุ๊กตาบลายธ์ทันที Gina เริ่มพาตาบลายธ์ของเธอเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ซึ่งตอนนั้นเธอกำลังหัดถายภาพ จึงได้เอาตุ๊กตาบลายธ์ตัวนั้นแหละ เป็นนางแบบภาพชุดตุ๊กตาบลายธ์ที่ถ่ายครั้งนั้นของ Gina ได้รับการตีพิมพ์เป็นหนังสือรวมภาพถ่ายชื่อ This is Blythe รวมถึงหนังสือ Firecracker Alternative Book หนังสือภาพตุ๊กตาบลายธ์ ทั้งสองเล่มขายได้รวมกัน 100,000 เล่ม
ในปี 2001 โอ้วๆๆๆ

                                                   

                                                                        gina garan ค่ะ

                                  

                                                 ภาพตัวอย่างที่ginaถ่ายค่ะ น่ารักม๊ากกก มาก 

                                  

                                                       อีก 1 ภาพค่ะโอ้ยอยากถ่ายได้อย่างนี้บ้าง

                                   

                                                                   รูปสุดท้ายละค่ะ

มาอ่านประวัติต่อนะคะนอกเรื่องไปเยอะ
ตุ๊กตาบลายธ์ เปลี่ยนสัญชาติเป็นสัญชาติญี่ปุ่น หลังจากกระแสบลายธ์เริ่มกลับมา บริษัทผู้ผลิตของเล่นในญี่ปุ่นชื่อ Takara จึงไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือ รีบติดต่อขอทำสัญญา ตุ๊กตาบลายธ์จากกลุ่ม Hasbro ทันที ทายาทเจ้าของลิขสิทธิ์ตุ๊กตาบลายธ์ก็ได้ตกลงยกสิทธิ์การผลิตให้บริษัท Takara แห่งประเทศญี่ปุ่น (ตอนนี้คงกำลังเสียดายที่ยกให้เค้าไป ไม่น่าเลย ) อย่างที่รู้กันว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศแห่งความล้ำสมัย แฟชั่น และแอ๊บแบ๊ว ขิขุอาโนเนะ ประเทศญี่ปุ่นนำตุ๊กตาบลายธ์ไปผลิตออกขาย หลังจากพัฒนาแบบ ให้ตุ๊กตาบลายธ์ทันสมัยและหลากหลายยิ่งขึ้น เพิ่มทรงผม ชุดเสื้อผ้า เครื่อประดับ ตุ๊กตาบลายธ์ ก็เปล่งประกายความเป็นเจ้าหญิงอีกครัง บรรดาเกิร์ลๆ ในญี่ปุ่นต่างก็เป็นโรคติดต่อตุ๊กตาบลายธ์ฟีเวอร์กัน มาจนบัดเดี๋ยวนี้ ตุ๊กตาบลายธ์ฟีเวอร์ ได้แพร่กระจายความฮิตไปทั่วโลกอย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน ในปี 2543 น้อง Blythe เริ่มเป็นที่รู้จัก จากการเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้โฆษณาทีวีให้ ห้าง Parcoความยาว 15 วินาทีเป็นครั้งแรก กลายเป็นกระแส Blythe ฟีเวอร์คนในแวดวงแฟชั่นให้การสนใจตุ๊กตาบลายธ์เป็อย่างมาก วันแรกที่บริษัท ทาคาระ ผลิตตุ๊ก
ตาบลายธ์รุ่น “ปาร์โก ลิมิเต็ด เอดิชั่น” จำนวน 1,000 ตัว ออกจำหน่าย ปรากฏว่าสินค้าขายเกลี้ยงในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง!! มีการระดมสุดยอดดีไซเนอร์มาออกแบบเสื้อผ้า ทรงผม ท่าทาง ให้เหล่านางแบบ ตุ๊กตา Blythe สวมเดินบนแคตวอล์กลางกรุงโตเกียว

ถึงคราวเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง ในปี 2001 เมื่อ Takara Group ได้รับหน้าที่แปลงโฉมให้แก่ ตุ๊กตา Blythe
ให้โดดเด่นด้วยขนาด 11 นิ้ว นั่นจึงได้เป็นจุดกำเนิดของ Neo Blythe และนับแต่นั้นมาก็ได้ออกคอลเลกชั่นรุ่นต่างๆ ของ Neo Blythes ขึ้นมากมาย นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัว Blythe สายพันธ์ใหม่ Petite Blythe ด้วยขนาดตัวที่เล็กกะทัดรัดเพียง 4 1/2 นิ้ว ปิดท้ายด้วย Blythe Belle ตุ๊กตาพีวีซีที่จำลองและย่อส่วนขนาดของ Blythe
ให้เหลือเพียงแค่ 3 นิ้ว

นับจากเดือนมิ.ย. 2544 – ก.ค. 2547 มีการผลิตตุ๊กตานีโอ บลายธ์ ออกมาแล้ว 37 แบบ และพีทิต บลายธ์
(ขนาดจิ๋ว) 48 แบบ